ชื่ออื่น ๆ: ประดู่ป่า (ภาคกลาง); จิต๊อก (เงี้ยว-แม่ฮ่องสอน); ฉะนอง (เชียงใหม่); ดู่ ดู่ป่า (ภาคเหนือ); ตะเลอ เตอะเลอ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน); ประดู่เสน (ราชบุรี, สระบุรี)
ชื่อวิทยาศาสตร์: Pterocarpus macrocarpus Kurz
ชื่อสามัญ: Burmese rosewood.
ชื่อวงศ์: FABACEAE
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ไม้ต้น สูง 15-30 ม. เรือนยอดทรงพุ่ม เปลือกนอกสีน้ำตาลแตกสะเก็ด มีน้ำยางสีแดง เนื้อไม้แข็ง ใบประกอบ แบบขนนกชั้นเดียว ปลายใบคี่ เรียงสลับ ใบย่อยรูปไข่หรือรูปขอบขนาน กว้าง 2.5-5 ซม. ยาว 5-15 ซม. โคนใบมน ขอบใบเรียบ ปลายใบเป็นติ่ง แผ่นใบบาง ผิวใบด้านล่างมีขนอ่อนคลุม ช่อดอกแบบช่อกระจะแยกแขนง ออกที่ซอกใบและปลายยอด ดอกย่อยสีเหลืองแกมแสด รูปถั่ว กลีบเลี้ยง 5 กลีบ โคนเชื่อมติดกันเป็นรูปถ้วย ปลายแยกเป็น 2 แฉก กลีบบน 2 กลีบติดกัน และกลีบล่าง 3 กลีบติดกัน กลีบยาว 6-8 มม. สีน้ำตาลอมเขียว กลีบดอก 5 กลีบ รูปผีเสื้อ ยาว 8-15 มม. เกสรเพศผู้ 10 อัน เกสรเพศเมีย 1 อัน ผล มีปีกเดียว รูปโล่ แบน บาง ตรงกลางนูน เส้นผ่านศูนย์กลาง 5-7 ซม. ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีน้ำตาล มีขนสีขาวคลุม เมล็ด มี 1-3 เมล็ด




ประโยชน์:
สมุนไพร: สรรพคุณ แก่น บำรุงโลหิต แก้กษัย โลหิตจาง ปวดเมื่อย
อาหาร: -
ไม้ประดับ: -
พรรณไม้ย้อมสีธรรมชาติ: เปลือก และแก่น หั่นเป็นชิ้นขนาดเล็ก ตากแห้ง ต้มด้วยน้ำร้อนแล้วแช่ด้วยสารช่วยติดสีจุนสี ใช้ย้อมผ้าไหมและผ้าฝ้ายให้สีน้ำตาลเข้ม
ระยะเวลาการออกดอก: พบออกดอกช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายน
ข้อมูลพฤกษศาสตร์ที่สำคัญ: -
IUCN: ไม่ถูกคุกคาม LC (Least Concerned)
หมายเหตุ: -