ชื่ออื่น ๆ: ผักบุ้งช้าง
ชื่อวิทยาศาสตร์: Argyreia collinsiae (Craib) Na Songkhla & Traiperm
ชื่อสามัญ: -
ชื่อวงศ์: CONVOLVULACEAE
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ไม้เถาเนื้อแข็ง เลื้อยเกี่ยวพัน ยาว 5-15 เมตร เปลื้อกต้นสีน้ำตาล หรือสีน้ำตาลแกมสีเขียว เปลือกต้นมีขนยาวขาวใส ใบเดี่ยวรูปรีถึงรูปใบหอก ยาว 6-17 ซม. โคนใบรูปติ่งหู ปลายใบมนหรือมีติ่งแหลม ขอบใบเรียบ เนื้อใบบางคล้ายกระดาษ ผิวใบด้านล่างมีขนสั้นคลุมประปราย ผิวใบด้านบนเกลี้ยง เส้นใบ เส้นแขนงใบ เส้นใบย่อยเด่นชัดทางด้านล่าง ก้านใบ ยาว 0.5-2 ซม. ช่อดอกแบบช่อกระจุกออกตามซอกใบหรือซอกใบใกล้ปลายยอด ดอกย่อย จำนวน 2-5 ดอก กลีบเลี้ยง 5 กลีบ รูปใบหอก กลีบดอกรูประฆัง โคนกลีบเชื่อมติดกัน ด้านนอกสีขาวด้านในสีม่วง ก้านดอก ยาว 0.6–1 ซม. ใบประดับรูปใบหอก ยาว 1-1.2 ซม. ร่วงเร็ว มีขนสั้นคลุมหนาแน่น เกสรเพศผู้ยาวไม่เท่ากัน ยาว 2.6–3.4 ซม. จานฐานดอกจัก 5 พู ตื้น ๆ เกสรเพศเมีย รังไข่เกลี้ยง มี 2 ช่อง ก้านชูเกสรเพศเมียยาว 3.6–4 ซม. ผลสดรูปเกือบกลม ผิวเกลี้ยง เมล็ด มีขนาดเล็ก สีน้ำตาล




ประโยชน์:
สมุนไพร: สรรพคุณ ราก ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาบำรุงร่างกาย เถา เป็นยาดับพิษเสมหะและโลหิต ชำระเสมหะให้ตก ใบ ตำสุมกระหม่อมเด็กเป็นยาแก้หวัดคัดจมูก ดอก เป็นยาบำรุงกำลัง ผล เป็นยาถ่ายพิษตานซาง และเป็นยาถ่ายเสมหะ
อาหาร: -
ไม้ประดับ: -
พรรณไม้ย้อมสีธรรมชาติ: -
การใช้ประโยชน์อื่น ๆ: -
ระยะเวลาการออกดอก: พบออกดอกช่วงเดือนตุลาคมถึงเดือนพฤศจิกายน
ข้อมูลพฤกษศาสตร์ที่สำคัญ: -
IUCN: ไม่ถูกคุกคาม LC (Least Concerned)
หมายเหตุ: แหล่งที่พบ ศูนย์อนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (ป่าปลูกสร้า ป่าดิบแล้ง) และพื้นที่ปกปักทรัพยากร "ป่าทุ่งรกฟ้า" องค์การบริหารส่วนตำบลขนงพระ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา