ชื่ออื่น ๆ: -
ชื่อวิทยาศาสตร์: Exacum affine Balf.f. ex Regel
ชื่อสามัญ: Arabian violet, Persian violet.
ชื่อวงศ์: GENTIANACEAE
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ไม้ล้มลุก สูง 20-60 ซม. ทรงพุ่มรูปกลม แตกกิ่งก้านมากบริเวณโคนต้น เปลือกต้นสีเขียว ใบเดี่ยว เรียงแบบตรงข้าสลับตั้งฉาก ใบรูปไข่หรือรูปรีแกมรูปไข่ สีเขียวเข้ม กว้าง 1-2 เซนติเมตร ยาว 1.5-3.5 ซม. โคนใบรูปตัด รูปแหลม หรือรูปเบี้ยว ปลายใบแหลม แผ่นใบหนาอวบน้ำและเปราะ ผิวใบทั้งสองด้านเกลี้ยง เส้นแขนงใบออกจากโคนใบ มี 3 เส้น เด่นชัดทางด้านล่าง ก้านใบ ยาว 0.5-0.9 ซม. สีเขียวอ่อน ดอกเดี่ยว รูปกงล้อ สีม่วง กลีบดอก มี 5-7 กลีบ รูปรีแกมไข่ กลีบดอกบาง ผิวทั้งสองด้านเกลี้ยง ขอบกลีบเรียบ สีม่วงสด หรือสีม่วงแกมสีฟ้า กลีบเลี้ยง 5 กลีบ เป็นแฉกแหลม สีเขียวอ่อน เกสรเพศผู้ มี 5 อัน สีเหลือง มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ อับเรณูปลายแยกเป็น 2 แฉก เกสรเพศเมียรังไข่รูปรี ผลแห้งรูปกระสวยสั้น ๆ (แต่มักไม่ติดผล) เมล็ดรูปรี มีขนาดเล็ก







ประโยชน์:
สมุนไพร: สรรพคุณ จากเอกและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องพบว่า ชาว Yemeni ระบุว่ามีสรรพคุณช่วยรักษาโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ โรคผิวหนัง และโรคดีซ่าน
อาหาร: -
ไม้ประดับ: ทั้งต้น นิยมปลูกเป็นไม้ดอกไม้ประดับ
พรรณไม้ย้อมสีธรรมชาติ: -
การใช้ประโยชน์อื่น ๆ: -
ระยะเวลาการออกดอก: พบออกดอกช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมกราคม
ข้อมูลพฤกษศาสตร์ที่สำคัญ: เมื่อวันที่ 27 เดือนมีนาคม พ.ศ. 2551 ทางโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) ได้รับพระราชทานเนื้อเยื่อพันธุ์พืชต่าง ๆ จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ให้ขยายพันธุ์และเก็บรักษาพันธุ์โดยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อต่อไปตามศักยภาพ ซึ่งเนื้อเยื่อพืชเหล่านี้เป็นพืชที่ได้จาก การทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในวันที่ทรงเปิดงานนิทรรศการเทิดพระเกียรติฯ ณ ศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ในพืชหลาย ๆ ชนิดนั้นพบว่ามีพืชชนิดหนึ่งที่สามารถขยายพันธุ์ต่อได้ดีและสามารถออกดอกในสภาพเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อได้สม่ำเสมอคือ Exacum affine Balf.f. ex Regel หรือ Persian Violet โดยที่ Exacum affine เป็นไม้ล้มลุก ซึ่งเป็นพืชท้องถิ่นของเกาะ Socotra อยู่ในหมู่เกาะ Yemen ในมหาสมุทธอินเดีย ใบมีสีเขียวเข้ม รูปไข่ ยาว ไม่เกิน 4 ซม. ความสูงในสภาพธรรมชาติประมาณ 60 ซม. โดยทั่วไปจะออกดอกในช่วงหน้าร้อนและฤดูใบไม้ผลิ ดอกมีสีม่วงอมฟ้า รูปร่างของดอกเมื่อบานเต็มที่แล้วมีทรงคล้ายดาว มีเกสรตัวผู้สีเหลืองสามารถเห็นได้ชัดเจน มีกลิ่นหอมอ่อนๆ
ทาง อพ.สธ. จึงเห็นศักยภาพในการผลิตพืชชนิดนี้เพื่อเป็นไม้ดอกไม้ประดับที่สามารถออกดอกได้แม้อยู่ในภาพเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อจึงได้จัดทำโครงการผลิตและจำหน่าย exacum เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระชนมายุ 55 พรรษา เป้าหมายในการจัดจำหน่าย คือ 155,555 ขวด ในราคาขวดละ 155 บาท และนำรายได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ เพื่อเป็นทุนในการก่อตั้งมูลนิธิอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ขณะนี้ทางโครงการ อพ.สธ. ได้เพาะเลี้ยงเพื่อขยายพันธุ์ที่ห้องปฏิบัติการเพาะเลี้ยงนื้อเยื่อพืช สวนจิตรลดา กทม. และที่ศูนย์อนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ คลองไผ่ ลำตะคอง อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีม
ทาง อพ.สธ. จึงได้ขอพระราชทานชื่อ exacum จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อเป็นให้เป็นที่เรียกขานเป็นชื่อสามัญเป็นภาษาไทย และทรงพระราชทานนามว่า “ม่วงเทพรัตน์” มาในวันที่ 29 กันยายน 2552 ซึ่งต้นม่วงเทพรัตน์นั้นสามารถขยายพันธุ์โดยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อและออกดอกในขวดสวยงาม และเมื่อมีผู้ซื้อไป ผู้ซื้อสามารถนำไปออกปลูกในสภาพธรรมชาติเพื่อเป็นไม้ประดับต่อไป พันธุกรรมพืช” อันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ต่อไป
IUCN: ไม่ถูกคุกคาม LC (Least Concerned)
หมายเหตุ: แหล่งที่พบ ศูนย์อนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (ร้านจำหน่ายพันธุ์ไม้ อพ.สธ.-มทส.)