• ยินดีต้อนรับสู่เว็บไซต์ฐานข้อมูลทรัพยากร อพ.สธ. - มทส.
  • เบอร์ติดต่อ: 0 4432 3129 หรือ 0 4432 3388

อีแปะ

ชื่ออื่น ๆ: ซาคาง ตะพุนเฒ่า ผาเสี้ยนดอย มะคัง สะคางต้น หมากเล็กหมากน้อย หมากสะคั่ง 

ชื่อวิทยาศาสตร์: Vitex quinata (Lour.) F.N.Williams     

ชื่อสามัญ: -

ชื่อวงศ์: LAMIACEAE 

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ 

      ไม้ต้น สูง 10-20 เมตร เรือนยอดทรงพุ่มรูปกลมหรือรูปไข่ เปลือกต้นสีน้ำตาลแกมเทา หรือเทาแกมขาว ผิวเรียบหรือหลุดเป็นแผ่นบาง ๆ ใบประกอบแบบขนนก มี 3-5 ใบย่อย ใบย่อยตรงกลางมีขนาดใหญ่กว่าใบย่อยสองใบด้านข้าง ใบย่อยรูปรีหรือรูปรีแกมรูปไข กว้าง 3.5-5 ซม. ยาว 5-7.5 ซม. โคนใบรูปสอบเรียว รูปเบี้ยว หรือรูปแหลม ปลายใบรูปเรียวแหลม ขอบใบเรียบ แผ่นใบบางคล้ายกระดาษ ผิวใบทั้งสองด้านเกลี้ยง เส้นใบ เส้นใบย่อย และเส้นแขนงใบเด่นชัดทางด้านล่าง ก้านใบยาว 3-7 ซม. ช่อดอกแบบช่อกระจะแยกแขนง ออกที่ซอกใบใกล้ปลายยอด ดอกย่อยรูปกรวยสั้น กลีบเลี้ยงสีเขียวมี 5 กลีบ โคนกลีบเชื่อมติดกันปลายกลีบแยกเป็น 5 กลีบ กลีบดอก มี 5 กลีบ โคนกลีบเชื่อมติดกันปลายกลีบแยกเป็นสองปากไม่ชัดเจน กลีบปากบนมี 2 กลีบ กลีบปากล่างมี 3 กลีบ กลีบปากล่างตรงกลางมีขนาดใหญ่กว่ากลีบดอกส่วนอื่น กลีบดอกบาง ขอบกลีบเรียบ สีเหลืองหรือสีเหลืองแกมขาว เกสรเพศผู้ มี 4 อัน สั้น 2 อัน ยาว 2 อัน อับเรณูรูปขอบขนาน เกสรเพศเมีย รังไข่รูปรี ผลสดแบบเมล็ดเดียวแข็ง ผลรูปเกือบกลม ขนาด 1-1.5 ซม. มีฐานรองดอกติดที่ฐานผล เมล็ด มี 1 เมล็ด สีน้ำตาก แข็ง







ประโยชน์:  

      สมุนไพร: สรรพคุณ ราก ตากแห้งและฝนดื่มแก้ลม แก้ธาตุพิการ แก้ริดสีดวง แก้หึด แก้ไอ แก้ปวดท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ ขับผายลม แก้กระเพาะอาหารพิการ แก้ปวดเมื่อข้อกระดูก ใบ ต้มดื่มรับประทานแก้ริดสีดวง แก้หืด แก้ไอ บำรุงประสาท  

      อาหาร: -

      ไม้ประดับ: -

      พรรณไม้ย้อมสีธรรมชาติ: -

การใช้ประโยชน์อื่น ๆ: ลำต้น ใช้ทำถ่าน ดินปืนและบั้งไฟ ผลต้นอีแปะใช้ผสมดินประสิวแทนดินปืนได้ ในหมู่เกาะสุลาวาสี (อินโดนีเซีย) พบว่าลำต้นมีขนาดใหญ่กว่าพื้นที่อื่น ๆ คนพื้นเมืองจึงนำมาใช้ในการก่อสร้างและต่อเรือ

ระยะเวลาการออกดอก: พบออกดอกช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนกรกฎาคม

ข้อมูลพฤกษศาสตร์ที่สำคัญ: อีแปะ เป็นไม้ประจำเมืองบุรีรัมย์ มีเอกสารระบุไว้ว่าชื่อเมืองแปะ เปลี่ยนมาเป็นเมืองบุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2411 หลังจากรัชกาลที่ 5 ทรงครองราชย์ได้ 65 วัน เมืองแปะ น่าจะมาจากชื่อ ต้นอีแปะ ซึ่งพบการตั้งชื่อสถานที่ตามชื่อต้นไม้ที่ขึ้นบริเวณนั้นจำนวนมาก ก่อนเปลี่ยนเป็นเมืองบุรีรัมย์ ในสมัยพระนารายณ์มหาราช โดยปรากฏในจารึกวัดโพธิ์ (วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม) ในคราวที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 โปรดให้มีการจารึกชื่อหัวเมืองไว้เมื่อประมาณ พ.ศ. 2377 ได้มีชื่อ เมืองบุรีรำ อยู่หนตะวันออกนครราชเสมาหรือนครราชสีมาในปัจจุบัน

IUCN: ไม่ถูกคุกคาม LC (Least Concerned)

หมายเหตุ: แหล่งที่พบ ศูนย์อนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (ป่าดิบแล้ง)