ชื่ออื่น ๆ: -
ชื่อวิทยาศาสตร์: Magnolia × alba (DC.) Figlar
ชื่อสามัญ: White champak.
ชื่อวงศ์: MAGNOLIACEAE
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ไม้ต้น ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูง 10-30 เมตร ไม่ผลัดใบ เรือนยอดรูปกรวยคว่ำ แตกกิ่งจำนวนมากที่ปลายยอด เปลือกต้นด้านนอกสีน้ำตาลอ่อน น้ำตาลแกมเทา เปลือกต้นแตกเป็นร่องตื้น ๆ แตกตามแนวยาว กิ่งมีขนสั้นนุ่มคลุม ใบเดี่ยว เรียงแบบเวียนสลับ ใบรูปรีแกมรูปขอบขนาน กว้าง 5-10 ซม. ยาว 15-35 ซม. โคนใบแหลม หรือรูปลิ่ม ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่นเล็กน้อย แผ่นใบหนาและเหนียว ผิวใบด้านล่างมีขนสั้นนุ่มคลุม ผิวใบด้านบนเกลี้ยง เส้นแขนงใบเรียงจรดกันเป็นเส้นขอบใน เด่นชัดทางด้านล่าง ดอกเดี่ยว ออกที่ซอกใบใกล้ปลายยอด ดอกมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 5-7 ซม. กลีบรวมสีขาว มี 8-14 กลีบ กลีบดอกรูปใบหอกกลับ ยาว 1.5-5 ซม. เรียงหลายวงยาวเท่า ๆ กัน กลีบดอกหนา ผิวกลีบเกลี้ยง สีขาวหรือสีขาวแกมเหลืองอ่อน ๆ มีกลิ่นหอม เกสรเพศผู้ยาว 0.8-1 ซม. รวมแกนอับเรณู เกสรเพศเมีย ก้านเกสรเพศเมีย ยาว 0.4-0.7 ซม. ผลกลุ่ม แบบแห้งแก่แล้วแตก รูปเกือบกลม หรือรูปไข่ บิดเบี้ยวเล็กน้อย มีช่องระบายอากาศเป็นจุดสีขาว กว้าง 2-2.5 ซม. ยาว 2-2.8 ซม. เยื่อหุ้มเมล็ดสีแดง เมล็ด มี 1-4 เมล็ด สีดำ รูปรี





ประโยชน์:
สมุนไพร: สรรพคุณ ใบ ต้มน้ำดื่มระงับอาการไอ แก้หลอดลมอักเสบและขับเสมหะ ใช้เป็นยาขับระดูขาว มีสรรพคุณเป็นยาปฏิชีวนะ แต่อาจทำให้เป็นหมัน กลีบดอก ตากแห้ง ชงเป็นชาสมุนไพรดื่มช่วยบำรุงหัวใจ น้ำมันจากกลีบดอก ทาแก้ปวดศีรษะ และตาบวม
อาหาร: -
ไม้ประดับ: ทั้งต้น นิยมปลูกเป็นไม้ดอกไม้ประดับ
พรรณไม้ย้อมสีธรรมชาติ: -
การใช้ประโยชน์อื่น ๆ: -
ระยะเวลาการออกดอก: พบออกดอกตลอดทั้งปี พบมากช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนกรกฎาคม
ข้อมูลพฤกษศาสตร์ที่สำคัญ: -
IUCN: ไม่ถูกคุกคาม LC (Least Concerned)
หมายเหตุ: แหล่งที่พบ ศูนย์อนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (สวนสมุนไพร)