ชื่ออื่น ๆ: -
ชื่อวิทยาศาสตร์: Magnolia gustavii King
ชื่อสามัญ: -
ชื่อวงศ์: MAGNOLIACEAE
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ไม้ต้น สูง 8-15 เมตร ต้นตั้งตรง ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 30-50 ซม. เปลือกต้นหนา สีเทาหรือสีเทาแกมเขียวเป็นมัน มีช่องอากาศเป็นปุ่มนูน มีกลิ่นฉุน แตกกิ่งในระดับสูงและห้อยลู่ลง เรือนยอดทรงพุ่มรูปกลม โปร่ง กิ่งอ่อนเกลี้ยง มีช่องอากาศเป็นขีดสีขาว ใบเดี่ยว เรียงแบบเวียน ใบรูปรี กว้าง 3-6 ซม. ซม. ยาว 13-20 ซม. โคนใบรูปลิ่มหรือสอบเรียว ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบเป็นคลื่นเล็กน้อย แผ่นใบหนาคล้ายหนังและเหนียว ผิวใบด้านบนเกลี้ยงสีเขียวเข้มเป็นมัน ผิวใบด้านล่างเกลี้ยงสีเขียวแกมขาวนวล เส้นแขนงใบข้างละ 15-17 เส้น เส้นใบเป็นร่องที่ผิวใบด้านบน และเป็นสันนูนเล็กน้อยที่ผิวใบด้านล่าง ปลายเส้นเชื่อมกันแบบห่าง ๆ จากขอบใบ เส้นใบย่อยแบบร่างแห เห็นชัดทั้ง 2 ด้าน ก้านใบยาว 0.6-1.2 ซม. ผิวเกลี้ยง โคนก้านใบป่อง หูใบหุ้มยอดอ่อนแต่ไม่เชื่อมติดกับก้านใบ หลุดร่วงง่าย ไม่มีรอยแผลของหูใบบนก้านใบ ดอกเดี่ยว ออกที่ปลายยอด ดอกมีกลิ่นหอมแรง มีกาบหุ้มดอก 1 กาบ ผิวเกลี้ยง ก้านดอกโค้งเรียว ยาว 3-4 ซม. มี 1 ข้อ กลีบรวม 9 กลีบ สีขาว ลักษณะคล้ายกัน เรียงเป็น 3 ชั้น ชั้นละ 3 กลีบ แต่ละกลีบอวบหนา กลีบรูปใบหอก หรือรูปแถบ กว้าง 0.8-1.2 ซม. ยาว 3-5 ซม. เมื่อดอกบานกลีบชั้นนอกจะโค้งเข้าหาก้านดอก เกสรเพศผู้ มีจำนวนมาก ยาว 0.7-1.2 ซม. ก้านชูอับเรณูยาว 0.1-0.4 ซม. อับเรณูหันเข้าด้านใน เรียงเป็นวงล้อมรอบโคนแกนฐานดอกรูปทรงกระบอก รังไข่อยู่เหนือวงกลีบมี 25-35 รังไข่ แยกจากกันเป็นอิสระ เรียงแบบเวียนบนแกนฐานดอกเป็นรูปทรงกระบอก สีเหลืองแกมเขียว ยาว 1.3-1.9 ซม. แต่ละรังไข่มี 1 ช่อง มีออวุล 2 เม็ด ก้านยอดเกสรเพศเมียสั้นมาก ยอดเกสรเพศเมียเป็นสันโค้ง ผลแบบผลกลุ่ม เปลือกผลหนา เชื่อมติดกันเป็นรูปทรงกระบอก กว้าง 2-5 ซม. ยาว 8-12 ซม. ก้านช่อผลโค้งเรียว ยาว 4-5 ซม. มีรอยแผลของกลีบรวมและเกสรเพศผู้เป็นช่วง ยาว 0.4-0.7 ซม. ผลย่อยแบบผลแห้งแตกแนวเดียว มี 8-15 ผล รูปรี ยาว 1-15 ซม. เมล็ดรูปเกือบกลม หรือรูปรี กว้าง 0.6-0.8 ซม. ยาว 0.8-1.2 ซม. เมล็ด มี 1-2 เมล็ด








ประโยชน์:
สมุนไพร: สรรพคุณ กลีบดอก ใช้บำรุงหัวใจ บำรุงธาตุ บำรุงประสาท บำรุงโลหิต บำรุงน้ำดี แก้ไข้ แก้ลม แก้เบื่อเมา ขับเสมหะ แก้ไอ แก้อาเจียน และช่วยลดไข้
อาหาร: -
ไม้ประดับ: ทั้งต้น นิยมปลูกเป็นไม้ดอกไม้ประดับ
พรรณไม้ย้อมสีธรรมชาติ: -
การใช้ประโยชน์อื่น ๆ: -
ระยะเวลาการออกดอก: พบออกดอกช่วงเดือนกันยายนถึงเดือนตุลาคม
ข้อมูลพฤกษศาสตร์ที่สำคัญ: จำปีดอย เป็นพรรณไม้ที่มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ มีเขตการกระจายพันธุ์ในประเทศไทยทางภาคเหนือและภาคตะวันตกเฉียงใต้ พบขึ้นตามป่าดิบเขา ที่สูงจากระดับทะเล 1,000-1,300 เมตร ในต่างประเทศพบที่อินเดียและเมียนมา
IUCN: CR - Critically Endangered (ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง)
หมายเหตุ: พบที่ บ้านอีต่อง เหมืองปิล็อก ต.ปิล็อก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี