ชื่ออื่น ๆ: ง้าย ฝางส้ม
ชื่อวิทยาศาสตร์: Caesalpinia sappan L.
ชื่อสามัญ: Sappan tree.
ชื่อวงศ์: FABACEAE
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ไม้ต้นขนาดเล็ก สูง 5-13 เมตร ลำต้นและกิ่งมีหนามแข็งและโค้งสั้น ๆ เปลือกต้นขรุขระ แก่นและเนื้อไม้มีสีแดงเข้ม หรือสีเหลืองแกมส้ม รสขมหวาน หรือรสฝาดขื่น ใบประกอบแบบขนนกสองชั้น เรียงแบบสลับ แกนช่อใบ ยาว 20-40 ซม. ช่อใบย่อย มี 8-15 คู่ แต่ละช่อใบ มีใบย่อย 5-18 คู่ เรียงแบบตรงข้าม ใบย่อยรูปขอบขนาน กว้าง 0.5-1.2 ซม. ยาว 0.8-2.1 ซม. โคนใบรูปตัดหรือเบี้ยว ปลายใบกลมถึงเว้าตื้น ขอบเรียบ แผ่นใบบางคล้ายกระดาษ ผิวใบทั้งสองด้านเกลี้ยงหรือมีขนประปราย ก้านใบสั้นหรือไม่มีก้านใบ หูใบยาว 0.3-0.4 ซม. หลุดร่วงง่าย ช่อดอกแบบช่อแยกแขนงออกที่ปลายยอดและซอกใบ หรือซอกใบใกล้ปลายยอด ออกรวมกันเป็นช่อ ช่อยาว 10-40 ซม. ใบประดับรูปใบหอก ร่วงง่าย ยาว 0.5-1 ซม. ปลายเรียวแหลมมีขน ก้านดอกย่อย ยาว 1.2-1.8 ซม. มีขนสั้นนุ่มคลุม มีข้อต่อหรือเป็นข้อที่ใกล้ปลายก้าน กลีบเลี้ยง 5 กลีบ ผิวเกลี้ยง ขอบมีขนครุย ขอบกลีบเกยซ้อนทับกัน กลีบเลี้ยงกลีบล่างสุดมีขนาดใหญ่สุด และเว้ามากกว่ากลีบอื่น กลีบดอก 5 กลีบ สีเหลือง รูปไข่กลับ กว้าง 0.6-1.2 ซม. ยาว 0.8-1.2 ซม. ผิวกลีบและขอบกลีบย่น กลีบกลางขนาดเล็กกว่า มีก้าน กลีบด้านในมีขนจากโคนไปถึงกลางกลีบ เกสรเพศผู้ 10 อัน แยกเป็นอิสระ ก้านชูอับเรณูมีขน เกสรเพศเมียรังไข่อยู่เหนือวงกลีบ มีขนสั้นนุ่ม มี 1 ช่อง แต่ละช่องมี ออวุล 3-6 เม็ด ผลแบบแห้งแตก เป็นฝักรูปขอบขนาน แกมรูปไข่กลับ แบนแข็งเป็นจะงอยแหลม กว้าง 3-4 ซม. ยาว 5-8.5 ซม. ผลดิบสีเขียว ผลสุกสีน้ำตาลเข้ม ปลายฝักจะกว้างและมีจะงอยแหลมที่ปลายด้านหนึ่ง เมล็ด มี 2-4 เมล็ด รูปรี กว้าง 0.8-1 ซม. ยาว 1.5-1.8 ซม.






ประโยชน์:
สมุนไพร: เนื้อไม้ เป็นส่วนผสมหลักในยาบำรุงหลังคลอดบุตร ผสมกับปูนขาว บดทาหน้าผาก หลังคลอดบุตร ช่วยให้เย็นศีรษะ และลดอาการเจ็บปวด เป็นยาขับระดูอย่างแรง แก้ท้องร่วง แก้ธาตุพิการ แก้ร้อนใน แก้โลหิตออกทางทวารหนักและทวารเบา แก้โลหิตตกหนัก แก้เสมหะ ดี และโลหิต แก่น รสฝาด เค็ม ชุ่ม เป็นยาสุขุม ออกฤทธิ์ต่อหัวใจและตับ เป็นยาบำรุงโลหิตสตรี ใช้เป็นยาแก้ปวด แก้บวม แก้เลือดอุดตัน ทำให้เลือดไหลเวียนสะดวก รักษาประจำเดือนมาไม่ปกติ ขับระดู แก้อาการหัวใจขาดเลือด
อาหาร: แก่น ให้สีแดงระเรื่อ นิยมนำมานำสกัดทำสีผสมอาหาร
ไม้ประดับ: ทั้งต้น นิยมปลูกเป็นไม้ดอกไม้ประดับ
พรรณไม้ย้อมสีธรรมชาติ: แก่น หั่นเป็นชิ้นขนาดเล็ก ต้มน้ำในอัตราส่วน 1:10 แก่นฝาก 3 กิโลกรัม ย้อมสีเส้นไหมได้ 1 กิโลกรัม ย้อมด้วยกรรมวิธีย้อมร้อน และผสมกับใบเหมือดแอ 1:2 ส่วน และหลังย้อมควรแช่สารละลายช่วยติดสีจุนสี
ระยะเวลาการออกดอก: พบออกดอกช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนธันวาคม
ข้อมูลพฤกษศาสตร์ที่สำคัญ: -
IUCN: ไม่ถูกคุกคาม LC (Least Concerned)
หมายเหตุ: แหล่งที่พบ ศูนย์อนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (สวนสมุนไพร สวนพรรณไม้ย้อมสี)