ชื่ออื่น ๆ: -
ชื่อวิทยาศาสตร์: Sphagneticola trilobata (L.) Pruski
ชื่อสามัญ: Creeping daisy.
ชื่อวงศ์: ASTERACEAE
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ไม้เถา ลำต้นแตกแขนงทอดราบไปตามพื้นดิน ปลายกิ่งมักชูตั้งขึ้น สูง 10-50 ซม. ใบเดี่ยว เรียงแบบตรงข้าม รูปรี หรือรูปรีแกมไข่ โคนใบสอบ ปลายใบแหลม ขอบจักเล็กน้อย ก้านใบสั้นหรือไม่มี ช่อดอกแบบช่อกระจุกออกตามซอกใบใกล้ปลายยอด โคนช่อมีใบประดับรูปรีเรียงซ้อนกัน 2 ชั้น ชั้นละ 4-5 ใบ ดอกย่อย แบ่งเป็นสองชั้น ดอกวงนอกเป็นดอกเพศเมีย มี 8-10 ดอก ดอกวงในซึ่งเป็นดอกสมบูรณ์เพศ ขนาดเล็กกว่าและมีจำนวนมากกว่า กลีบดอกวงนอกสีเหลืองติดกันเป็นแผ่น โคนติดกันเป็นหลอดสั้นมาก ปลายแยกเป็น 3 แฉก ดอกวงในกลีบดอกสีเหลือง โคนกลีบติดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น 5 แฉก เกสรเพศผู้ 5 อัน อับเรณูขนาดเล็ก เกสรเพศเมีย รังไข่รูปรีขนาดเล็กและเป็นหมัน ยอดเกสรเพศเมียแยกเป็น 2 แฉก ผลเกิดจากดอกวงนอก รูปไข่กลับ เมล็ดขนาดเล็ก สีดำ เป็นมัน รูปสามเหลี่ยมปลายแหลม




ประโยชน์: -
สมุนไพร: สรรพคุณ ดอก ตากแห้ง และบดเป็นผง ชงเป็นชาสมุนไพรดื่ม ช่วยใช้รักษาโรคตับอักเสบ รักษาโรคอาหารไม่ย่อย รักษาโรคติดเชื้อ ช่วยบรรเทาอาการไข้หวัด เป็นยาชาช่วยบรรเทาอาการปวดเหงือกและฟัน บำรุงร่างกาย รักษาอาการโรคไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ และรักษาการอักเสบของกล้ามเนื้อ
อาหาร: กลีบดอก นิยมทำมาทำเป็นเครื่องดื่มชาสมุนไพร
ไม้ประดับ: ทั้งต้น นิยมปลูกเป็นไม้ดอกไม้ประดับ
พรรณไม้ย้อมสีธรรมชาติ: -
ระยะเวลาการออกดอก: พบออกดอกตลอดทั้งปี พบมากช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนกรกฎาคม
ข้อมูลพฤกษศาสตร์ที่สำคัญ: -
IUCN: ไม่ถูกคุกคาม LC (Least Concerned)
หมายเหตุ: แหล่งที่พบ ศูนย์อนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (แปลงไม้ดอก และแปลงเกษตร)