ชื่ออื่น ๆ: แคฝอย
ชื่อวิทยาศาสตร์: Jacaranda obtusifolia Bonpl. subsp. rhombifolia (G.Mey.) A.H.Gentry
ชื่อสามัญ: Brazilian rose wood, Green ebony.
ชื่อวงศ์: BIGNONIACEAE
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ไม้ต้น สูง 4-10 เมตร ผลัดใบ เรือนยอดโปร่ง เปลือกสีน้ำตาลแกมขาว แตกตามยาวเป็นแผ่นบางล่อน ใบประกอบแบบขนนก 2 ชั้น เรียงแบบตรงกันข้าม ใบย่อย 12-21 คู่ เรียงตรงข้าม ใบรูปขอบขนานแกมรูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด มีขนาดเล็ก กว้าง 0.5-0.7 ซม. ยาว 1-1.5 ซม. โคนใบเบี้ยว ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ เส้นแขนงใบข้างละ 4-5 เส้น ก้านใบหลักยาว 7-11 ซม. ก้านใบประกอบยาว 0.4-0.8 ซม. ไม่มีก้านใบย่อย ช่อดอกแบบช่อกระจุกแยกแขนง ออกตามกิ่งและซอกใบ หรือออกตามกิ่งใกล้ปลายยอด สีม่วงอ่อน มีกลิ่นหอมอ่อน ช่อดอกยาว 5-9 ซม. กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดสีม่วงเข้มปลายแยก 5 แฉก ดอกบานเต็มที่กว้าง 1.5-2.5 ซม. เกสรเพศผู้ อับเรณูรูปขอบขนาน เกสรเพศเมีย รังไข่รูปรี ผลแห้งแตก เป็นฝักสีน้ำตาลอ่อน กว้าง 1-1.5 ซม. ยาว 2.2-2.5 ซม. เมล็ดมีปีกจำนวนมาก



ประโยชน์:
สมุนไพร: เปลือกต้น ฝนใช้ทาล้างแผลเปื่อย แผลพุพอง เนื้อไม้ รสเฝื่อน ฝาด ต้มรับประทาน แก้ท้องบวม ขับพยาธิ ตกเลือด ใบ ใช้ผสมกับเปลือกไม้ รักษาโรคซิฟิลิสและโกโนเรีย ใช้ในการรักษาบาดแผล ดอก ใช้ทำชาดื่มช่วยยับยั้งการเติบโตของเชื้อโรค
อาหาร: -
ไม้ประดับ: ทั้งต้น นิยมปลูกเป็นไม้ดอกไม้ประดับ
พรรณไม้ย้อมสีธรรมชาติ: -
ระยะเวลาการออกดอก: พบออกดอกช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคม
ข้อมูลพฤกษศาสตร์ที่สำคัญ: -
IUCN: ไม่ถูกคุกคาม LC (Least Concerned)
หมายเหตุ: แหล่งที่พบ ศูนย์อนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (ศูนย์ฝึกอบรมเขาเขื่อนลั่น)