• ยินดีต้อนรับสู่เว็บไซต์ฐานข้อมูลทรัพยากร อพ.สธ. - มทส.
  • เบอร์ติดต่อ: 0 4432 3129 หรือ 0 4432 3388

เหียง

ชื่ออื่น ๆ: กุง (มาเลเซีย-ภาคใต้); เกาะสะเตียง (ละว้า-เชียงใหม่); คราด (นครพนม); ซาด (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ); ตะแบง (ภาคตะวันออก); ตะลาอ่ออาหมื่อ ล่าทะยอง (กะเหรี่ยง-เชียงใหม่); ตาด (จันทบุรี, พิษณุโลก); ยางเหียง (จันทบุรี, ราชบุรี); สะแบง (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, อุตรดิตถ์); สาละอองโว (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี); เห่ง (ลื้อ-น่าน); เหียง (ทั่วไป); เหียงพลวง, เหียงโยน (ประจวบคีรีขันธ์) 

ชื่อวิทยาศาสตร์: Dipterocarpus obtusifolius Teijsm. ex Miq.     

ชื่อสามัญ: -

ชื่อวงศ์: DIPTEROCARPACEAE 

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ 

     ไม้ต้น ผลัดใบ สูง 10-30 ม. เปลือกแตกเป็นร่องลึกตามยาว มีขนยาวและขนรูปดาวตามกิ่ง หูใบด้านนอก แผ่นใบด้านล่าง ก้านใบ ก้านดอก และกลีบเลี้ยงด้านนอกเกลี้ยง หูใบรูปใบหอก ยาว 5-7 ซม. ใบเดี่ยว รูปรี รูปขอบขนานแกมรูปไข่ กว้าง 10-25 ซม. ยาว 10-30 ซม. โคนใบรูปลิ่มกว้างหรือเว้าตื้น ปลายใบมน ขอบใบบิดเป็นคลื่น มีขนสากยาวคลุมหนาแน่น ผิวใบด้านบนเรียบ ผิวใบด้านล่างมีขนสากคลุมหนาแน่น เนื้อใบหนาคล้ายหนัง เส้นใบย่อย มี 10–20 คู่ ก้านใบยาว 2.5–6.5 ซม. ช่อดอกแบบช่อแยกแขนง ยาว 3-10 ซม. ช่อดอกอ่อนมีใบประดับหุ้ม ดอกย่อย มี 4-7 ดอก เรียงสลับด้านเดียว ก้านดอกหนา ยาว 0.1-0.2 ซม. กลีบเลี้ยง 5 กลีบ ขนาดไม่เท่ากัน โคนกลีบเชื่อมติดกัน ยาว 0.3-0.5 ซม. กลีบยาว 2 กลีบ รูปใบหอก ยาว 1-2 ซม. กลีบสั้น 3 กลีบ รูปสามเหลี่ยม ยาว 0.4-0.6 ซม. กลีบดอก 5 กลีบ สีขาวแกมชมพู มีสีเข้มด้านใน กลีบดอกรูปใบหอก ยาว 4-6 ซม. ผิวกลีบด้านนอกมีขนสั้น เกสรเพศผู้ มีประมาณ 30 อัน ก้านชูอับเรณูสั้น โคนแผ่กว้าง อับเรณูยาวประมาณ 5 ซม. มีระยางค์รูปเส้นด้าย ยาวประมาณกึ่งหนึ่งของอับเรณู เกสรเพศเมีย รังไข่มีขนสั้นนุ่ม ผลแบบมีปีก ผลรูปเกือบกลม เส้นผ่านศูนย์กลาง 1.5-3.5 ซม. ปีกยาว 2 ปีก ยาว 8-15 ซม. ปีกสั้น 3 ปีก รูปรีกว้าง ยาว 1.5-2 ซม. ขอบปีกพับกลับ 





 

ประโยชน์:

      สมุนไพร: สรรพคุณ ใบ รสฝาด ต้มน้ำผสมน้ำเกลือ อมแก้ปวดฟัน ฟันโยกคลอน ใบและยาง รสฝาดร้อน กินเป็นยาตัดลูก (ทำให้ไม่มีบุตร) น้ำมันยาง สมานแผล แก้หนอง ขับเสมหะ ขับปัสสาวะ เนื้อไม้ แข็ง ทนทานต่อการผุพัง ใช้แปรรูป ก่อสร้าง และทำเครื่องเรือนเครื่องใช้อื่น ๆ

      อาหาร:

      ไม้ประดับ: -

      พรรณไม้ย้อมสีธรรมชาติ: -

ระยะเวลาการออกดอก: พบออกดอกช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมกราคม

ข้อมูลพฤกษศาสตร์ที่สำคัญ: -

IUCN: ไม่ถูกคุกคาม LC (Least Concerned)

หมายเหตุ: -