ชื่ออื่น ๆ: ขี้เหล็กแก่น (ราชบุรี); ขี้เหล็กบ้าน (ลำปาง, สุราษธานี); ขี้เหล็กหลวง (ภาคเหนือ); ขี้เหล็กใหญ่ (ภาคกลาง); ผักจี้ลี้ (เงี้ยว-แม่ฮ่องสอน); แมะขี้เหละพะโดะ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน); ยะหา (มาเลเซีย-ปัตตานี)
ชื่อวิทยาศาสตร์: Senna siamea (Lam.) H.S.Irwin & Barneby
ชื่อสามัญ: Cassod tree, Thai copper pod.
ชื่อวงศ์: FABACEAE
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ไม้ต้น สูง 10-15 ม. เรือนยอดทรงพุ่ม แตกกิ่งก้านมาก เปลือกต้นสีน้ำตาล แตกเป็นร่องตื้น ๆ ตามยาว ใบประกอบแบบขนนกปลายคู่ เรียงแบบสลับ ใบย่อย 13-19 ใบ รูปรี กว้าง 1.5 ซม. ยาว 4 ซม. โคนใบมน ปลายใบเว้าตื้น ขอบใบเรียบ ผิวใบทั้งสองด้านเกลี้ยง ก้านใบร่วมสีน้ำตาลแดง ช่อดอกแบบช่อแยกแขนงออกที่ปลายยอด ดอกย่อยสีเหลือง กลีบเลี้ยงรูปกลม 3-4 กลีบ ปลายกลีบมน กลีบดอก 5 กลีบ ปลายมน โคนกลีบเรียว หลุดร่วงง่าย เกสรเพศผู้มีหลายอัน ผลเป็นฝักแบนยาว กว้าง 1.3 ซม. ยาว 15-23 ซม. เปลือกผลหนา สีน้ำตาล เมล็ด รูปรี มีหลายเมล็ด




ประโยชน์:
สมุนไพร: สรรพคุณ ราก แก้ฟกช้ำ แก้ไข้ บำรุงธาตุ ลำต้น เป็นยาระบาย แก้โรคกระษัย แก้นิ่ว ใบและดอก รักษาโรคเบาหวาน แก้ร้อนใน ลดความดันโลหิตสูง ขับพยาธิ เป็นยาระบาย รักษาอาการนอนไม่หลับ
อาหาร: ใบและดอก นิยมนำมาทำแกง เช่น แกงขี้เหล็ก และแกงขี้เหล็ใส่กระทิ
ไม้ประดับ: -
พรรณไม้ย้อมสีธรรมชาติ: ใบ ต้มกับน้ำผสม 1% กรดน้ำส้ม ในอัตราส่วน 1 : 1 และแช่ในสารช่วยให้ติดสี ได้แก่ สารส้ม น้ำต้มใบยูคาลิปตัส และน้ำมะขามเปียก ย้อมเส้นไหม เส้นฝ้ายได้สีเหลือง
ระยะเวลาการออกดอก: พบออกดอกตลอดทั้งปี พบมากช่วงเดือนกรกฎาคมถึงเดือนสิงหาคม
ข้อมูลพฤกษศาสตร์ที่สำคัญ: -
IUCN: ไม่ถูกคุกคาม LC (Least Concerned)
หมายเหตุ: -